วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์


ฮาร์ดแวร์คืออะไร



ฮาร์ดแวร์ คืออุปกรณ์และชิ้นส่วนของคอมพิวเตอร์ ที่มีวงจรไฟฟ้าอยู่ภายในเป็นส่วนใหญ่ และสามารถจับต้องได้ ตัวอย่างเช่น ซีพียู เมาส์ คีย์บอร์ด สแกนเนอร์ เครื่องพิมพ์ ลำโพง แผงเมนบอร์ดฮาร์ดดิสก์ ดิสก์ไดร์ฟ ซีดีรอม ดีวีดีรอม เป็นต้น


ฮาร์ดแวร์มีกี่ประเภทมี 2 ประเภท ได้แก่ 1.อุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบภายนอก ได้แก่ อุปกรณ์นำเข้าข้อมูล (เช่น คียบอร์ด เมาส์) อุปกรณ์แสดงผลข้อมูล (เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์) ตัวถัง (case) อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล (cd, dvd, sd-card)2.อุปกรณ์ที่เป็นส่วนประกอบภายใน ได้แก่ ซีพียู หน่วยความจำ เมนบอร์ด



หน่วยประมวลผลกลาง 
หน่วยประมวลผลกลางหรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า ซีพียู (CPU) เป็นหน่วยที่เปรียบเสมือนสมองของระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นหน่วยที่มีความซับซ้อนที่สุด ส่วนประกอบต่าง ๆในหน่วยประมวลผลกลางเป็นตัวกำหนดความเร็วของเครื่องคอมพิวเตอร์ หน่วยประมวลผลกลางรุ่นใหม่ ๆ จะมีขนาดเล็กลงในขณะที่มีความเร็วเพิ่มขึ้น



หน่วยความจำหลัก 
เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการจดจำข้อมูล และโปรแกรมต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ บางครั้งเรียกว่า หน่วยเก็บข้อมูลหลัก (Primary Storage)

หน่วยรับข้อมูล 
ทำหน้าที่รับข้อมูลจากผู้ใช้เข้าสู่หน่วยความจำหลัก ปัจจุบันมีสื่อต่าง ๆ ให้เลือกใช้ได้มากมาย


หน่วยแสดงผล
ทำหน้าที่แสดงผลลัพธ์จากคอมพิวเตอร์


หน่วยเก็บข้อมูลสำรอง
ก่อนที่จะศึกษาว่าคอมพิวเตอร์เก็บข้อมูลได้อย่างไร จะต้องทราบก่อนว่าสื่อสำหรับเก็บข้อมูลนั้นมีอะไรบ้าง เนื่องจากคอมพิวเตอร์แปลงคำสั่งและข้อมูลต่าง ๆ เก็บไว้ในรูปของเลขฐานสองคือ 0 และ 1 ทั้งสิ้น โดยที่ตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษต่าง ๆ จะถูกแทนด้วยกลุ่มของเลขฐานสอง และเนื่องจากแรมเป็นหน่วยความจำที่ไม่ได้เก็บข้อมูลอย่างถาวร ถ้าปิดเครื่องหรือไฟดับข้อมูลก็จะหายไป ดังนั้นถ้าผู้ใช้มีข้อมูลอยู่ในแรมก็จะต้องทำการจัดเก็บข้อมูล โดยย้ายข้อมูลจากหน่วยความจำไปไว้ในหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง เนื่องจากสามารถเก็บข้อมูลได้อย่างถาวรไม่มีการเปลี่ยนแปลงนอกจากผู้ใช้เป็นผู้สั่ง รวมทั้งสามารถเก็บข้อมูลจำนวนมาก ๆ ได้และที่สำคัญหน่วยเก็บข้อมูลสำรองจะมีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับหน่วยความจำหลัก คอมพิวเตอร์ ที่นิยมใช้ในปัจจุบันจะมีหน่วยเก็บข้อมูลสำรองซึ่งสามารถเก็บข้อมูลได้จำนวนมาก ๆ ได้ แต่ความเร็วในการอ่านและบันทึกข้อมูลของหน่วยเก็บข้อมูลสำรองจะต่ำกว่าแรมมาก ดังนั้นจึงควรทำงานให้เสร็จก่อนจึงย้ายข้อมูลนั้นไปไว้ในหน่วยเก็บข้อมูลสำรอง

การติดตั้งnod32


วิธีลง nod32

 
  วิธีการลง Nod 32 ในเครื่องขั้นแรกท่านต้องมีโปรแกรมสแกนไวรัส Nod 32 ก่อนหากยังไม่มีดาว์นโหลดได้ที่ ขั้นตอนการลง nod 32 ดับเบิ้ลไฟลที่ดาว์นโหลด
กด I accept the terms in ter license Agreement
  เลือกแบบ Typical (recommended best settings)  
เลือก Next  
เลือก Enable แล้วก็ Next
เลือก Enable detextion of potentially unwanted applications  
กด install เลยครับ  
รอสักครู่
เท่านี้ก็เสร็จเสร็จวิธีลง NOD32 แล้วครับ  
 

การติดตั้ง Windows 8


ติดตั้ง Windows 8 แบบ Clean Install ลง Win 8 ง่ายๆไม่ง้อช่าง

  • (+ให้คะแนนบทความ)
    1
    2
    3
    4
    5
  • เปิดอ่าน 47,281 point ความคิดเห็น 23
วิธีติดตั้ง Windows 8 แบบ Clean Install ลง Win 8 ง่ายๆไม่ง้อช่าง
ในการลงวินโดวส์นั้นหลายคนยังมีอาการกลัวอยู่ว่า เดียวจะลงผิดลงถูกทำให้ใช้ไม่ได้ จึงต้องพึ่งช่างตามร้านคอมพิวเตอร์ก็ต้องเสียเงินมากน้อยก็แล้วแต่ร้าน ผมจะมาบอกว่าความจริงแล้วลงวินโดวส์นั้นไม่ได้เป็นเรื่องยากอะไรสำหรับWindows 8 นั้นลงง่ายมากๆ ถึงจะมีขั้นตอนที่เพิ่มขึ้นมามากกว่า Windows 7 แต่คงไม่ยากเกินความสามารถของคุณๆ หรอกครับ ยิ่งถ้าเคยลง Windows 7 มาบ้างแล้วยิ่งเป็นการง่าย
วันนี้ผมจะมานำเสนอวิธีการลง Windows 8 แบบ Clean Install ก็คือแบบล้างเครื่องหรือฟอร์แมตฮาร์ดดิสก์ใหม่กันเลย....มาตามดูครับ
ในที่นี้ผมจะใช้วิธีการติดตั้งจากแผ่น DVD ของ Windows 8 นะครับ
1.ก่อนอื่นใส่แผ่นติดตั้งลงในเครื่องอ่านดีวีดีของคอมพิวเตอร์ ทำการบูตเครื่องให้ไปตั้งไบออสของเครื่องให้บูตจากแผ่นดีวีดีเป็นอันดับแรกซึ่งการเข้าไบออสนั้นส่วนมาก ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะก็จะกดปุ่ม Del ส่วนแลปทอปก็จะกดปุ่ม F2ให้ดูที่คู่มือของแต่ละเครื่องก็แล้วกัน
เมื่อเครื่องบูตขึ้นมาจนเห็นคำว่า Press any key to boot from CD or DVD... ให้กด ENTER เลยครับ
2.ปล่อยให้เครื่องทำงานไปจนได้จนปรากฎดังภาพ ให้คลิกเลือกรายการตามนี้
  • Language to install : English
  • Time and currency format : Thai(Thailand)
  • Keyboard or input method : ตัววินโดวส์จะเลือกให้เป็น Thai เพราะเห็นว่า Time and currency formatตั้งเป็น Thai ให้เราเลือกกลับมาเป็น US ก่อน เหตุผลเพราะเมื่อติดตั้งเสร็จหน้าล็อกออนเข้าระบบจะเป็นภาษาไทย เราอาจงงได้ในการกรอกชื่อผู้ใช้และพาสเวิร์ด
3.ในหน้าต่าง Windows Setup ให้คลิก Install now เพื่อเริ่มการติดตั้ง Windows 8
4.ในหน้าต่าง License terms คลิกถูก I accept the term license จากนั้นคลิก Next
5.ในหน้าต่าง Which type of installation do you want? ให้เลือกเป็น Custom: Install Windows only (advanced)
6.ในหน้าต่าง Where do you want to install Windows? ให้เลือกฮาร์ดดิสก์หรือพาร์ติชันที่ต้องการติดตั้ง (ในที่นี้เลือก Drive 0) เสร็จแล้วคลิก Next
ข้อควรจำในขั้นตอนนี้
  • ขั้นตอนนี้เราเลือก Drive ที่จะลง Windows8 ส่วนมาก จะลงใน Disk/Drive 0 นะครับ ก็คือ Drive C: ของWindows เรานั้นเอง ระวังให้ดีอย่าลงผิดไดร์ฟนะ ในกรณีที่มีพาร์ติชันมากกว่า 1 พาร์ติชัน
  • ในการ Format Windows ข้อมูลจะหายเฉพาะที่ Drive C นะครับ
สำหรับเครื่องที่มี Windows XP , Windows 7 แล้วจะลงใหม่เป็น Windows 8
1.ให้ทำการ Format Drive ที่เป็นวินโดวส์ตัวเก่าก่อน โดยทำการกด Drive options (advanced) จากนั้นเลือก ไดร์ฟของวินโดวส์เก่าแล้วคลิก Format... ย้ำอีกทีดูดีๆนะครับ ถ้าผิดไดร์ฟข้อมูลในไดร์ฟหายหมดนะ
2. จากนั้นก็เลือก Drive/disk ที่เรา Format ไปจากข้อที่ผ่านมา จากนั้นกด Next
สำหรับเครื่องที่เพิ่งซื้อมาใหม่หรือฮาร์ดดิสก์ลูกใหม่
1 ให้เราทำการกด Drive options จากนั้นเลือกฮาร์ดดิสก์แล้วคลิก New เพื่อทำการแบ่งพาร์ติชันวินโดวส์ให้แบ่งมาสัก80 -100 GB ก็พอ ( 1GB = 1024 MB)
2 จากนั้น ก็แบ่งส่วนที่เหลือไว้ให้กับ Drive D , E ตามความเหมาะสม
3 ต่อมาให้เลือกไดร์ฟที่จะให้ลงวินโดวส์ โดยทำการคลิกบน Drive/Disk แล้วคลิก Next
7.ระบบจะเริ่มทำการติดตั้ง Windows 8 โดยจะดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ของวินโดวส์ตามนี้ Copying Windows files, Getting files ready for installation, Installing features, Installing updates และ Finishing upให้รอจนการติดตั้งแล้วเสร็จ ก็ประมาณ 15 - 20 นาที ขึ้นอยู่กับเครื่องว่าแรงขนาดไหน
8.เมื่อ Windows 8 ติดตั้งเรียบร้อย เครื่องจะรีสตาร์ท 1 ครั้ง
9.หลังจากทำการติดตั้งแล้วเสร็จ Windows จะทำการรีสตาร์ทเครื่อง 1-2 รอบ จากนั้นจะปรากฏหน้าต่างPersonalize ให้ทำการเลือกสีของ Background และกำหนดชื่อเครื่องคอมพิวเตอร์โดยใส่ชื่อที่ต้องการในช่อง PC name เสร็จแล้วคลิก Next
10.ขั้นตอนการ Settings ให้เราเลือก Use Express Settings เพื่อทำการตั้งค่าระบบแบบด่วน
11.ในหน้าต่าง Sign in to your PC ให้คลิก Sign in without a Microsoft account แล้วคลิก Next
** ในขั้นตอนนี้จะมีวิธีการ Sign in to your PC อยู่ 2 วิธี ได้แก่ Email Address และ Sign in without a Microsoft account สำหรับในที่นี้ผมขอให้เลือก Sign in without a Microsoft account เพราะสะดวกกว่า ส่วนEmail Address เราต้องต่ออินเตอร์เน็ตและต้องมีอีเมลของ outlook.com หรือ Hotmail.com อยู่ก่อนแล้ว ซึ่งเราสามารถสร้างได้ภายหลังที่เข้าใช้วินโดวส์แล้วก็ได้ **
12.หน้าต่างต่อมาให้คลิก Local account
13.ต่อมาให้กำหนดชื่อผู้ใช้ในช่อง User name แล้วกำหนดรหัสผ่านที่ต้องการ 2 ครั้ง ในช่อง Password และReenter password จากนั้นข้อความช่วยจำรหัสผ่านในช่อง Password hint แล้วคลิก Finish
14.ระบบจะทำการจัดเตรียมระบบตามการตั้งค่า
15.ระบบแนะนำการใช้งานเบื้องต้นจากหน้านี้ก็จะเข้าหน้า Lock on Screen
16.เมื่อมาถึงหน้า Lock on Screen คุณก็พร้อมใช้งาน Windows 8 ได้แล้ว
จบแล้วครับสำหรับการติดตั้ง Windows 8 แบบ Clean Install ผมคิดว่าคงไม่ยากเกินไปสำหรับผู้ที่ต้องการจะเรียนรู้ในติดตั้งระบบวินโดวส์ด้วยตนเอง ไม่ต้องไปง้อใครหรือเสียตังส์ให้กับช่างคอมพิวเตอร์

วันจันทร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2555


จีพีเอส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพวาดแสดงดาวเทียม NAVSTAR ของสหรัฐ
เครื่องรับสัญญาณจีพีเอส KAMAZ NAAV450
เครื่องรับสัญญาณจีพีเอส แมเกลลัน เบลเซอร์
ระบบกำหนดตำแหน่งบนโลก[1] หรือ จีพีเอส (อังกฤษGlobal Positioning System: GPS) คือระบบบอกตำแหน่งบนพื้นผิวโลก โดยอาศัยการคำนวณจากความถี่สัญญาณนาฬิกาที่ส่งมาจากดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลกซึ่งทราบตำแหน่ง ทำให้ระบบนี้สามารถบอกตำแหน่ง ณ จุดที่สามารถรับสัญญาณได้ทั่วโลก โดยเครื่องรับสัญญาณจีพีเอส รุ่นใหม่ๆ จะสามารถคำนวณความเร็วและทิศทางนำมาใช้ร่วมกับโปรแกรมแผนที่ เพื่อใช้ในการนำทางได้
แนวคิดในการพัฒนาระบบจีพีเอส เริ่มต้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 1957 เมื่อนักวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา นำโดย Dr. Richard B. Kershner ได้ติดตามการส่งดาวเทียมสปุตนิกของโซเวียต และพบปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ของคลื่นวิทยุที่ส่งมาจากดาวเทียม พวกเขาพบว่าหากทราบตำแหน่งที่แน่นอนบนพื้นผิวโลก ก็สามารถระบุตำแหน่งของดาวเทียมได้จากการตรวจวัดดอปเปลอร์ และหากทราบตำแหน่งที่แน่นอนของดาวเทียม ก็สามารถระบุตำแหน่งบนพื้นโลกได้ ในทางกลับกัน
กองทัพเรือสหรัฐได้ทดลองระบบนำทางด้วยดาวเทียม ชื่อ TRANSIT เป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1960 ประกอบด้วยดาวเทียมจำนวน 5 ดวง ส่วนดาวเทียมที่ใช้ในระบบจีพีเอส (GPS Block-I) ส่งขึ้นทดลองเป็นครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1978 เพื่อใช้ในทางการทหาร
เมื่อ ค.ศ. 1983 หลังจากเกิดเหตุการณ์โคเรียนแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 007 ของเกาหลีใต้ บินพลัดหลงเข้าไปในน่านฟ้าของสหภาพโซเวียต และถูกยิงตก ผู้โดยสาร 269 คนเสียชีวิตทั้งหมดประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกนได้ประกาศว่า เมื่อพัฒนาระบบจีพีเอสแล้วเสร็จ จะอนุญาตให้ประชาชนทั่วไปใช้งานได้
ดาวเทียมจีพีเอส เป็นดาวเทียมที่มีวงโคจรระดับกลาง (Medium Earth Orbit: MEO) ที่ระดับความสูงประมาณ 20,200 กิโลเมตร (12,600 ไมล์ หรือ 10,900 ไมล์ทะเล) จากพื้นโลก ใช้การยืนยันตำแหน่งโดยอาศัยพิกัดจากดาวเทียมอย่างน้อย 4 ดวง ดาวเทียมจะโคจรรอบโลกเป็นเวลา 12 ชั่วโมงต่อหนึ่งรอบ ที่ความเร็ว 4 กิโลเมตร/วินาที การโคจรแต่ละรอบนั้นสามารถได้เป็น 6 ระนาบๆ ละ 4 ดวง ทำมุม 55 องศา โดยทั้งระบบจะต้องมีดาวเทียม 24 ดวง หรือมากกว่า เพื่อให้สามารถยืนยันตำแหน่งได้ครอบคลุมทุกจุดบนผิวโลก ปัจจุบัน เป็นดาวเทียม GPS Block-II มีดาวเทียมสำรองประมาณ 4-6 ดวง

เนื้อหา

  [ซ่อน

วันพฤหัสบดีที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2555

cpld


CPLD คือ ไอซีหรือชิพอเนกประสงค์ที่สามารถโปรแกรมให้เป็นวงจรดิจิตอลอะไรก็ไก้โดยวิธีการโปรแกรมง่ายๆ และสามารแก้ไขวงจรได้การโปรแกรมซ้ำ ชิพ CPLD จะเหมาะกับการออกแบบวงจรขนาดล็กถึงขนาดกลาง วงจรที่โปรแกรมไว้ใน CPLD จะคงอยู่แม้ไม่มีไฟเลี้ยงก็ตาม
 
คุณสมบัติทั่วไป
                        1.        CPLD เบอร์ XC9572 (1600เกต ) แบบ PLCC 44 ขา Speed Grade -10
                        2.        sevensegment จำนวน 4 หลัก
                        3.        LED แสดงผลสถานะจำนวน 4
                        4.        Logic Monitor ที่เป็น LED แสดงผล 3 สถานะจำนวน 4 ดวง
                        5.        ออด ( Buzzer ) จำนวน 1 ตัว
                        6.        Slide Buzzer จำนวน 4 บิต (ใช้ร่วมกับ Pluse botton switch )
                        7.        Pluse botton switch 6 ตัว
                        8.        พอร์ต K1 เป็น I/O บิตที่ใช้ I/O ได้กับ 3 V และ 5 V
                        9.         on bord oscillator 32.768 kHz
 
การทำงานของ LED บนบอร์ด CPLD

              บอร์ดนี้จะมี LED แบบ 2 สถานะ 4 ดวง คือ LD1-LD4 โดยต่อขาคาโทด ( cathode ) ลง ground และต่อขาแอโนด ( anode) เข้ากับขา I/O ของ CPLD โดยมีตัวต้านทาน RNET 470 โอห์มต่ออนุกรมอยู่เพื่อกำจัดกระแส  ดังนั้นถ้า CPLD ส่งโลจิก ‘1’ จะให้ LED นั้นติดสว่าง 

             
                            Logic monitor ที่เป็น LED แสดงผล 3 สถานะ 4 ดวง คือ MN1-MN4  โดยต่อ logic monitor โดยใช้ Jumper เข้ากับขาของ CPLD ที่ K1 ( I/O6 - I/O9)  มีรายละเอียดดังรูป ถ้า I/O ของ CPLD เป็นโลจิก ‘ 1’ ทำให้ LED ติดเป็นสีเขียว  ถ้าโลจิก ‘ 0 ’ ทำให้ LED ติดเป็นสีแดง   ถ้าเป็น high impledance  LED จะดับ

cpld


CPLD คือ ไอซีหรือชิพอเนกประสงค์ที่สามารถโปรแกรมให้เป็นวงจรดิจิตอลอะไรก็ไก้โดยวิธีการโปรแกรมง่ายๆ และสามารแก้ไขวงจรได้การโปรแกรมซ้ำ ชิพ CPLD จะเหมาะกับการออกแบบวงจรขนาดล็กถึงขนาดกลาง วงจรที่โปรแกรมไว้ใน CPLD จะคงอยู่แม้ไม่มีไฟเลี้ยงก็ตาม
 
คุณสมบัติทั่วไป
                        1.        CPLD เบอร์ XC9572 (1600เกต ) แบบ PLCC 44 ขา Speed Grade -10
                        2.        sevensegment จำนวน 4 หลัก
                        3.        LED แสดงผลสถานะจำนวน 4
                        4.        Logic Monitor ที่เป็น LED แสดงผล 3 สถานะจำนวน 4 ดวง
                        5.        ออด ( Buzzer ) จำนวน 1 ตัว
                        6.        Slide Buzzer จำนวน 4 บิต (ใช้ร่วมกับ Pluse botton switch )
                        7.        Pluse botton switch 6 ตัว
                        8.        พอร์ต K1 เป็น I/O บิตที่ใช้ I/O ได้กับ 3 V และ 5 V
                        9.         on bord oscillator 32.768 kHz
 
การทำงานของ LED บนบอร์ด CPLD

              บอร์ดนี้จะมี LED แบบ 2 สถานะ 4 ดวง คือ LD1-LD4 โดยต่อขาคาโทด ( cathode ) ลง ground และต่อขาแอโนด ( anode) เข้ากับขา I/O ของ CPLD โดยมีตัวต้านทาน RNET 470 โอห์มต่ออนุกรมอยู่เพื่อกำจัดกระแส  ดังนั้นถ้า CPLD ส่งโลจิก ‘1’ จะให้ LED นั้นติดสว่าง 

             
                            Logic monitor ที่เป็น LED แสดงผล 3 สถานะ 4 ดวง คือ MN1-MN4  โดยต่อ logic monitor โดยใช้ Jumper เข้ากับขาของ CPLD ที่ K1 ( I/O6 - I/O9)  มีรายละเอียดดังรูป ถ้า I/O ของ CPLD เป็นโลจิก ‘ 1’ ทำให้ LED ติดเป็นสีเขียว  ถ้าโลจิก ‘ 0 ’ ทำให้ LED ติดเป็นสีแดง   ถ้าเป็น high impledance  LED จะดับ

vhdl


ภาษา VHDL (1)
ความซับซ้อนและขนาดของระบบดิจิตอลในปัจจุบันได้เพิ่มมากขึ้นทุกขณะ ส่งผลให้มีการนำคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยใน การออกแบบหรือ CAD มาใช้ในขบวนการออกแบบฮาร์ดแวร์เพิ่มขึ้นเช่นกัน อีกทั้งอุปกรณ์และวิธีการ ออกแบบใหม่ๆ ก็ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักออกแบบมากขึ้นด้วย สำหรับภาษาบรรยายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ (HDL : Hardware Description Language) ก็เป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การปรับปรุงขบวนการออกแบบระบบดิจิตอลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
การออกแบบระบบดิจิตอล
ในการออกแบบระบบดิจิตอล เริ่มตั้งแต่การกำหนดแนวความคิดเบื้องต้นจนกระทั่งได้ออกมาเป็นอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ที่ใช้งานได้จะต้องผ่านขั้นตอนต่างๆ มากมาย และในแต่ละขั้นตอนผู้ออกแบบจะต้องตรวจสอบผลลัพธ์ในแต่ละขั้น ก่อนเข้าสู่กระบวนการออกแบบในขั้นต่อไป รูปที่ 5.1 แสดงขั้นตอนปกติที่ใช้ในการออกแบบระบบดิจิตอลทั่วไป ขั้น แรกผู้ออกแบบจะกำหนดแนวความคิดในการออกแบบแล้วทำการพัฒนาให้สามารถนำมาใช้ได้อย่างสมบรูณ์ ซึ่งภาย ในขั้นตอนนี้ผู้ออกแบบจำเป็นต้องสร้างรูปแบบระบบในเชิงพฤติกรรมขึ้นมาตรวจสอบซึ่งอาจจะเป็นผังงานแสดงแบบหรือ รหัสคำสั่งเทียม (Pseudo code) ก็ได้